|
|
|||||||
เมื่อระบบ Palm ถูกโจมตี
เรียบเรียงโดย : สัญญา คล่องในวัย
ในทุกวันนี้เราคงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าอุปกรณ์ประเภท PDA (Personal Digital Assistant) นั้นได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของมนุษย์ยุค IT ในศตวรรษที่ 21 ไปแล้ว PDA ทำหน้าที่เหมือนอุปกรณ์พกพาประเภทอื่นที่ต้องพกติดตัวเช่น โทรศัพท์มือถือ เพจเจอร์ และ PDA ในวันนี้ได้ก้าวไปไกลมากกว่าการเป็นเพียงอุปกรณ์เก็บบันทึกการนัดหมาย เก็บที่อยู่ สมุดบันทึกแบบดิจิตอล PDA ในวันนี้มีความสามารถในการเชื่อมต่อระบบเน็ตเวิร์คในแบบไร้สาย และธรรมดา, มีความสามารถในการรับส่ง E-mail, การเชื่อมต่อและท่องไปในโลกของอินเตอร์เน็ต เปรียบเสมือนการย่อเอาโลกของเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะส่วนบุคคลมาไว้ในฝ่ามือ สิ่งที่สั่นคลอนและสร้างความตื่นตะลึงให้กับวงการ PDA คือการค้นพบไวรัสที่เข้าโจมตีระบบ Palm เป็นครั้งแรกในเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา การเข้าสู่ระบบ PDA ของไวรัส และโปรแกรมที่ประสงค์ร้ายต่อระบบต่างๆนั้น เป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เนื่องจากระบบและสถาปัตยกรรมของ PDA นั้นต่างจากระบบคอมพิวเตอร์โดยทั่วไปอย่างสิ้นเชิง และเมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น ก็เป็นการไม่แน่เสมอไปว่าอุปกรณ์ที่ควบคุมการทำงานด้วยโพรเซสเซอร์ต่างๆ จะปลอดภัยจากการโจมตีของไวรัส เช่นเครื่องเล่นเกมส์คอนโซล Play Station โทรศัพท์มือถือ Set-Top Box อุปกรณ์เหล่านี้ก็อยู่ในที่จะถูกโจมตีจากไวรัสได้เช่นกัน
ในบทความนี้จะนำเสนอในส่วนของไวรัส และโปรแกรมที่มุ่งประสงค์ร้ายต่อระบบ PDA ซึ่งปัจจุบันแบ่งออกเป็นค่ายใหญ่ 2 ค่ายคือ Palm OS และ Windows CE นอกจากนี้ยังมีระบบ EPOC32 อีกบางส่วน ในที่นี้จะเน้นไปที่ระบบ Palm เป็นหลักเพราะมีการใช้งานมากที่สุดในปัจจุบัน และมีอัตราการขยายตัวที่สูงมาก จากการสำรวจของ NPD ระบุว่า PDA ที่ใช้ระบบ Palm OS มีส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 75 % และจะมีจำนวนผู้ใช้มากถึง 18.9 ล้านคนในปี 2003 รวมถึงการมีโปรแกรมสนับสนุนการทำงานมากกว่า 4,000 โปรแกรม

ระบบ Palm OS เป็นระบบปฏิบัติการที่แตกต่างจากระบบของคอมพิวเตอร์อย่างสิ้นเชิง ระบบไฟล์ที่ใช้บน Palm เป็นระบบที่ได้รับการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพการทำงานสูงสุด และมีขนาดเล็ก และทำงานในสภาพแวดล้อมที่จำกัดของหน่วยความจำที่มีใช้บนระบบ Palm อาศัยเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อเพื่อติดตั้ง และส่งถ่ายข้อมูลต่างๆ ผ่านโปรแกรมจัดการระบบที่ทำงานบนเครื่องคอมพิวเตอร์ ข้อมูลต่างที่ถูกเก็บในระบบหน่วยความจำของ Palm จะเรียกว่า เรคคอร์ด (Record) และเรคคอร์ดที่มีความสัมพันธ์กันจะเรียกว่าฐานข้อมูล (Palm Data Base) โดยข้อมูลที่ถูกเก็บในเรคคอร์ด และฐานข้อมูลของ Palm นั้นจะถูกเก็บแยกกันเฉพาะในแต่ละโปรแกรมที่ใช้งาน เช่นฐานข้อมูลของโปรแกรม Address Book ใน Palm ก็จะถูกเก็บภายในโปรแกรมเองโดยไม่สามารถใช้ร่วมกับโปรแกรมอื่นในระบบได้ ฐานข้อมูลบนระบบ Palm เปรียบเหมือนไฟล์บนระบบคอมพิวเตอร์ทั่วไป ข้อแตกต่างกันคือ ข้อมูลบน Palm จะถูกแบ่งเป็นเรคคอร์ดย่อยๆ หลายๆ เรคคอร์ด และถูกเก็บในส่วนย่อยๆ ของหน่วยความจำ เมื่อมีการแก้ไขเรคคอร์ด หรือ ฐานข้อมูล เกิดขึ้นความเปลี่ยนแปลงจะเกิดกับข้อมูลที่เก็บโดยตรง ต่างจากเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไปที่การทำการแก้ไขข้อมูลต่างๆ จะเกิดขึ้นในหน่วยความจำของระบบก่อนที่จะถูกบันทึกในสื่อบันทึกข้อมูล ซึ่งความสามารถของเครื่องคอมพิวเตอร์ สามารถดึงโปรแกรมมาทำงานบนระบบได้อย่างต่อเนื่อง เมื่อโปรแกรมจบการทำงานหน่วยความจำก็จะถูกจัดการเพื่อรองรับการทำงานใหม่ๆ ต่อไป แตกต่างจากระบบ Palm เนื่องจาก Palm มีจำนวนหน่วยความจำที่จำกัด
ช่องทางเข้าโจมตีระบบ
โปรแกรมต่างๆที่ถูกพัฒนาขึ้นมาสำหรับทำงานบน Palm PDA สามารถนำเข้าสู่ระบบได้หลายวิธี
และวิธีการเหล่านี้ก็สามารถเป็นช่องทางในการที่จะทำให้โปรแกรมที่ประสงค์ร้ายต่อระบบเข้าไปทำงานได้เช่นกัน
วิธีการต่างๆ ที่จะกล่าวถึงเป็นวิธีการที่จะสามารถนำเอาโปรแกรมเข้าไปทำงานบนระบบได้ซึ่งมีด้วยกันหลายวิธี
แต่วิธีที่ใช้กันเป็นพื้นฐานสำหรับผู้ใช้ Palm ทั่วไปคือ การทำ Hotsync และในอนาคตการที่
Palm มีความสามารถในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตโดยระบบ Wireless เป็นจุดที่ถูกจับตามอง
เนื่องจากมีโอกาสในการสร้างความเสียหายต่อระบบได้
Hotsync
วิธีการนี้เป็นวิธีการเบื้องต้นสำหรับผู้ใช้ Palm PDA การทำ Hotsync จะเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างเครื่อง
palm และโปรแกรม Palm Desktop ที่ทำหน้าที่เก็บและสำรองข้อมูลและติดตั้งโปรแกรม
บนระบบ Palm ลงบนเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล
Hotsync เป็นวิธีการที่ง่ายที่สุด ที่โปรแกรมประสงค์ร้ายจะสามารถเข้าสู่ระบบ และก่อให้เกิดความเสียหายได้
เช่นในการติดตั้งโปรแกรมลงบนเครื่อง Palm ผู้ใช้สามารถโหลดโปรแกรมต่างๆมาจากระบบอินเตอร์เน็ต
หรือจากแหล่งอื่นๆ และสำเนาลงบนเครื่องคอมพิวเตอร์จากนั้นก็อาศัย Hotsync ในการนำเอาโปรแกรมที่โหลดมา
ทำการติดตั้งโปรแกรมโดยอาศัยฟังก์ชั่นการทำงานของโปรแกรม Palm Desktop ร่วมกับ
Hotsync เมื่อระบบถูกตั้งค่าเริ่มต้นกระบวนการส่งถ่ายข้อมูล และข้อมูลที่ต้องการก็จะถูกเก็บเข้าสู่เครื่อง
Palm จากนั้นโปรแกรมที่ติดตั้งใหม่ก็พร้อมที่จะทำงานบนระบบ Palm และก็มีความเป็นไปได้ที่ผู้ใช้จะโหลดโปรแกรมใหม่มาทดลองใช้
และหากโปรแกรมเหล่านั้นมีส่วนของโปรแกรมที่ประสงค์ร้ายแอบแฝงเข้ามาก็มีโอกาสที่จะเกิดความเสียหายต่อระบบ
Palm นอกจากนี้ก็ยังเป็นไปได้ที่โปรแกรมเหล่านั้นจะสามารถทำงานร่วมกับโปรแกรม E-mail
ส่งไฟล์ที่มีโค้ดแอบแฝงออกไปได้เช่นกัน
IrDA
Palm PDA ทุกเครื่องจะมีระบบสื่อสารที่เป็นระบบ Infrared ติดมาด้วย ซึ่งระบบสื่อสารแบบ
Infrared ที่มีอยู่บนเครื่อง Palm เป็นระบบสื่อสาร Infrared ตามมาตรฐาน Infrared
Data Association ซึ่งผู้ใช้สามารถใช้ความสามารถของ IrDA ได้โดยตรงกับอุปกรณ์ที่สามารถทำงานได้ตามมาตรฐานของ
IrDA
โดยทั่วไปความสามารถนี้ของ Palm จะถูกใช้ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างเครื่อง
Palm ด้วยกันเองเป็นส่วนใหญ่ผ่านโปรแกรมจัดการ (Exchange Manager) ที่เรียกว่า
Beam โดยทั่วไปโปรแกรมจัดการจะทำหน้าที่สนับสนุนการทำงานบนระบบ Palm OS ซึ่งสามารถทำให้โปรแกรมบนระบบ
Palm สามารถแลกเปลี่ยน รับส่งข้อมูลได้โดยผ่านการสื่อสารตามโปรโตคอลมาตรฐาน และความสามารถเช่นนี้ของระบบ
Palm สามารถเป็นช่องทางที่โปรแกรมที่ประสงค์ร้ายสามารถเข้าสู่ระบบได้ ถึงแม้ว่าระบบที่ใช้บนเครื่อง
palm ปัจจุบันได้ถูกออกแบบมาเป็น Trigger and Incomeing Data Alert เมื่อ Palm
ได้รับข้อมูลจากทาง IrDA ก็จะมีข้อความแสดงสถานะว่ามีการส่งข้อมูลทาง IrDA เพื่อให้ผู้ใช้เลือกว่าต้องการจะรับข้อมูลหรือไม่ผ่านทางกรอบโต้ตอบของ
Palm อย่างไรก็ตามการตรวจสอบเพียงเท่านี้ก็อาจไม่เพียงพอในกรณีที่ผู้ใช้แลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกลุ่มโดยไม่ได้ระวัง
โปรแกรมที่ประสงค์ร้ายที่แอบแฝงจากเครื่องอื่นก็สามารถแพร่กระจายได้เช่นกัน
Network Accress
ความสามารถอีกประการหนึ่งสำหรับเครื่อง Palm ในการเชื่อมต่อระบบเน็ตเวิร์ค คือการที่
Palm มีอุปกรณ์เสริมสนับสนุนการทำงานเหล่านี้ เช่น การใช้ Palm Modem การใช้ Ethernet
card ร่วมกับ Cradle หรือการใช้ระบบไร้สายในการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต
โดยทั่วไปบนระบบ Palm จะมีโปรแกรมจัดการ E-mail และ Browser ติดตั้งมาบนระบบผู้ใช้สามารถท่องอินเตอร์เน็ต รับส่ง E-mail ผ่านเครื่อง Palm ได้ และการใช้งานความสามารถของอินเตอร์เน็ตได้ก็เป็นจุดที่ทำให้มีความเสี่ยงที่โปรแกรมที่ประสงค์ร้ายจะสามารถเข้าสู่ระบบได้เช่นกัน
นอกจากนี้ระบบปฏิบัติการ Palm OS ที่ถูกออกแบบมานั้นใช้โพรโตคอลในการเชื่อมต่อระบบอินเตอร์เน็ตตามมาตรฐาน TCP/IP ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันบนระบบอินเตอร์เน็ต เมื่อโปรแกรมที่ประสงค์ร้ายต่อระบบ Palm เข้าสู่ระบบได้ โปรแกรมเหล่านั้นก็สามารถแพร่กระจายได้อย่างไม่จำกัดตราบใดที่ Palm ยังเชื่อมต่อเข้ากับเครื่อง PC และ อินเตอร์เน็ตไม่ว่าการเชื่อมต่อผ่านสื่อกลางในลักษณะใดก็ตาม ซึ่งจุดนี้เป็นจุดสำคัญของการแพร่กระจายของไวรัส หรือโปรแกรมเหล่านั้นได้เช่นกัน
วิธีการที่กล่าวมาข้างต้นเป็นเพียงวิธีการติดต่อหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลหรือประตูที่เข้าสู่เครื่อง Palm PDA เท่านั้น และส่วนต่อไปจะกล่าวถึงสถาปัตยกรรมของระบบปฏิบัติการ และวิธีการพัฒนาโปรแกรมที่ได้ถูกออกแบบไว้อาจถูกใช้เป็นช่องทางในการไขไปสู่ประตูการโจมตีระบบ Palm ได้
Programability
โปรแกรมโดยทั่วไปที่ทำงานบนระบบ Palm OS เป็นโปรแกรมที่ถูกสร้างขึ้นเฉพาะ โปรแกรมที่ถูกพัฒนาขึ้นจะสามารถได้มาจากผู้พัฒนาโปรแกรมต่างๆ
หรือผู้ใช้เอง จะถูกพัฒนาภายใต้มาตรฐานการเชื่อมต่อและสภาพแวดล้อมการทำงานที่เข้ากันได้กับระบบ
Palm โดยเฉพาะนอกจากนี้โปรแกรมต่างๆ ก็มีความสามารถที่จะทำงานได้ด้วยตัวเองบนระบบหรือผู้ใช้เรียกใช้โปรแกรมโดยตรงนอกจากนี้
โปรแกรมก็ยังมีความสามารถในการแก้ไขข้อมูล และอื่นๆเพื่อการทำงานตามความต้องการได้
ตัวอย่างในบางกรณี โปรแกรมที่ประสงค์ร้ายต่อระบบได้ส่งโค้ดบางอย่างที่สามารถทำงานได้ด้วยตัวเองเข้าสู่ระบบและเปิดข้อมูลที่อยู่ใน E-mail โดยการติดต่อกับโปรแกรม Address List บนระบบจากนั้นโปรแกรมก็ทำงานส่งคำสั่งไปยัง Mail Client บนระบบ Palm ให้ทำการสำเนาตัวโปรแกรมและส่งเมลล์ออกไปยังที่อยู่ที่เก็บไว้ เมื่อผู้ใช้ Hotsync ในครั้งถัดไปตัวโปรแกรมและโค้ดที่ประสงค์ร้ายก็จะถูกส่งออกไปโดยผู้ใช้ไม่ได้ล่วงรู้เลย กรณีศึกษาที่เด่นชัดและใช้วิธีการทำงานแบบง่ายๆ คือหนอนร้ายที่ชื่อ Melissa และ Love Bug (W97M/Melissa and VBS Love Letter) ซึ่งเคยแพร่กระจายบนระบบคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล
File System
ระบบการจัดการไฟล์ที่ทำงานบนระบบ Palm OS ได้อนุญาติให้ผู้ใช้สามารถทำการเขียน
อ่าน ค้นหา เก็บข้อมูล จัดการข้อมูล และเอ็กซีคิว โปรแกรมได้บนระบบ โดยมีพื้นฐานการทำงานที่คล้ายคลึงกับการทำงานบนระบบคอมพิวเตอร์ทั่วไป
ซึ่งความสามารถในการจัดการไฟล์บนระบบ Palm เป็นสิ่งที่โปรแกรมประเภทไวรัสต้องอาศัยในการทำงานเช่นกัน
โดยโปรแกรมไวรัสจะทำการเปิดฐานข้อมูลต่างๆ ที่เก็บบนหน่วยความจำของระบบ Palm และเข้าสู่ฐานข้อมูลเหล่านั้นและทำการเปลี่ยนแปลงข้อมูล
ย้ายตำแหน่งข้อมูลเมื่อโปรแกรมถูกเรียกใช้งานไวรัสก็จะถูกเรียกให้ทำงานก่อน และจากนั้นการแพร่กระจาย
และอื่นจะเกิดขึ้นตามมา
โดยทั่วไประบบ Palm ไม่ได้สนับสนุนการเข้าควบคุมฐานข้อมูล หรือ เรคคอร์ด ด้วยตัวโปรแกรมเอง
ฐานข้อมูลบนระบบ Palm นั้นง่ายต่อการแก้ไขเปลี่ยนแปลงโดยผู้ใช้งานตามปกติเท่านั้น
นั่นหมายความว่าโปรแกรมหรือโค้ดที่ไม่ปลอดภัยต่อระบบไม่สามารถทำลายข้อมูลบน Palm
ได้ด้วยตัวมันเอง แต่ข้อมูลบนระบบ Palm สามารถถูกทำลายได้เพียงการเตะ Stylus หรือการกดปุ่มใดปุ่มหนึ่ง
และไวรัสก็ทำงานตามคำสั่งนั้น จากนั้นข้อมูลบนระบบอาจถูกทำลายได้โดยผู้ใช้เอง
Libraries
Library อาจถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาโปรแกรมในสมัยใหม่ Libraly จะช่วยในการพัฒนาโปรแกรมเพื่อใช้งานความสามารถของระบบได้สูงสุด
ง่ายและสะดวกมีมาตรฐานเดียวกัน สำหรับ Palm OS ก็เช่นกัน Palm สนับสนุนการทำงานของ
Library ตัวอย่างที่เด่นชัดคือ Palm มี Library สำหรับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต,
การเชื่อมต่อผ่านอินฟราเรด (IrDA) เพื่อการเชื่อมต่อโดยตรง ซึ่ง Library ทำให้การพัฒนาโปรแกรมและการเชื่อมต่อการสื่อสารในระดับสูงสามารถกระทำได้ง่าย
โดยไม่ต้องอาศัยความรู้ทางด้านฮาร์ดแวร์ของระบบ ผู้ใช้ทั่วไปสามารถสร้างโปรแกรมสำหรับตรวจรับการรับส่งข้อมูลบนอินฟราเรดพอร์ตได้อย่างง่ายโดยอาศัยความสามารถจาก
Library และ IR Data Request ซึ่งจะส่งข้อมูลให้กับโปรแกรมเมื่อมีความพยายามในการติดต่อสื่อสารเกิดขึ้น
นอกจากนี้ Network Library ที่ใช้งานบนระบบ Palm ยังอนุญาติให้ผู้พัฒนาโปรแกรมสามารถพัฒนาโปรแกรมเน็มเวิร์คในแบบของ
Berkeley Socket - Style ได้เช่นระบบ SMTP Engine ขนาดเล็กซึ่งมีความสามารถในการรับส่ง
E-mail ซึ่งทำงานได้บนระบบ PDA
Spreadability
นับตั้งแต่โปรแกรมไวรัส หนอน และโทรจัน ได้เกิดขึ้น และขยายความสามารถเข้าสู่ระบบ
Palm OS นั้นจุดสำคัญคือการแพร่กระจายในแบบที่เรียกว่า In - The - Wind ถูกกล่าวถึงมากที่สุด
ความกังวลตรงจุดนี้เกิดขึ้นมากเพราะ Palm มีสื่อในการติดต่อสื่อสารข้อมูลหลายวิธี
ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ไม่ก่อให้เกิดความสงสัยในกลุ่มผู้ใช้ ถ้าเราจะพบไวรัสบนเครื่อง
Palm ในวันต่อไป แต่สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจคือ การแพร่กระจายอย่างรวดเร็วในวงกว้างของมันมีผลกระทบต่อระบบ
และสถานภาพของอุปกรณ์ประเภท PDA อย่างรุนแรง
ประการแรก Palm OS มีส่วนแบ่งการตลาดของเครื่อง PDA สูงที่สุดมีผู้ใช้จำนวนมากที่สุดในกลุ่มของ PDA แต่อย่างไรก็ตามจำนวนในปัจจุบันยังน้อยกว่าจำนวนผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ข้อมูลเพิ่มเติมระบุว่าผู้ใช้ PDA ที่เชื่อมต่อ PDA ของตนเข้ากับระบบอินเตอร์เน็ต หรือเน็ตเวิร์คในรูปแบบต่างๆ นั้นมีจำนวนเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังน้อยเมื่อเทียบกับการเชื่อมต่ออุปกรณ์อื่นเข้ากับอินเตอร์เน็ต แต่ที่กล่าวมาก็เป็นเหตุผลที่สนับสนุนได้ว่า การแพร่กระจายของไวรัสบนระบบ Palm นั้นจะสามารถเกิดได้รวดเร็วและเป็นวงกว้าง แต่ก็ยังไม่สามารถสร้างความเสียหายที่รุนแรงหากเทียบกับการทำลายที่เกิดขึ้นบนระบบคอมพิวเตอร์
ประการที่สอง รูปแบบในการแลกเปลี่ยนข้อมูลบนระบบ PDA นั้นเป็นแบบไม่สมมาตร คือผู้ใช้สามารถโหลดโปรแกรม หรือข้อมูลต่างๆ จากแหล่งข้อมูลต้นฉบับด้วยตัวเองโดยตรงนั้นมีจำนวนมากกว่า การที่ผู้ใช้นำเอาข้อมูลไปแลกเปลี่ยนกันเอง ในรูปแบบสมมาตรนั้นการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันเองในกลุ่มมีจำนวนสูง และรวดเร็ว ทำให้โอกาสที่ไวรัสสามารถแพร่กระจายได้อย่างไม่จำกัดเกิดขึ้นได้ง่ายกว่า เช่นการแพร่กระจายของไวรัสประเภทเวิร์ดมาโคร ที่แพร่กระจายในโปรแกรมเวิร์ด และเมื่อมีผู้ใช้ภายในสำนักงานใช้งานไฟล์ที่ติดไวรัสก็มีโอกาสที่ทั้งสำนักงานจะติดไวรัสตัวนี้เช่นกัน จากเหตุผลสนับสนุนข้างต้นคือกลุ่มของผู้ใช้ PDA ยังมีการรวมตัวรวมกลุ่มกันในวงจำกัด
อย่างไรก็ตามราคาของ PDA ในปัจจุบันมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง PDA กำลังถูกจัดเป็นอุปกรณ์พื้นฐานที่สามารถมีไว้ใช้อย่างแพร่หลาย และกำลังพุ่งเข้าสู่การใช้งานในระดับองค์กร ซึ่งมีแนวโน้มสูงขึ้นเรี่อยๆ และหากเมื่อไรก็ตามที่เราสามารถอ่าน E-mail ได้โดยตรงจาก Palm สามารถเขียน และแก้ไขเอกสาร การทำธุรกรรมทางการเงินต่างๆได้ เมื่อถึงจุดนั้นก็หลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกันที่จะยอมรับว่า มันคือโอกาสของไวรัสที่จะเข้าสู่ระบบเช่นกัน แนวทางที่เป็นไปได้คือการจำกัดการทำงานของโปรแกรมภายในระบบให้มีจำนวนน้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น
ส่งท้าย
อุปกรณ์จำพวก Palm ที่ได้กล่าวถึงนั้นมีช่องว่างที่เอื้อประโยชน์ต่อการทำงานของโปรแกรมไวรัสหรือหนอนต่างๆ
ที่จะมากับโปรแกรมหรือ E-mail ได้ อย่างไรก็ตาม Palm PDA เป็นเพียงระบบเดียวที่กล่าวถึงในที่นี้
ในโลกของ PDA ยังมีอุปกรณ์อีกมากมายหลายชนิดซึ่งมีความแตกต่างกันในหลายๆส่วน แต่ทั้งนี้ในโลกของอุปกรณ์ประเภทดิจิตอลก็ไม่มีอุปกรณ์ใดที่จะมั่นใจได้ว่าปลอดภัย
100 %
หากมุมมองปกติ การหันมาให้ความสำคัญเกี่ยวกับไวรัส และโปรแกรมที่เข้าโจมตีระบบไม่ว่าจะในส่วนของผู้ผลิต
และผู้พัฒนาโปรแกรมดูจะเป็นทางหนึ่งในการสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดแก่ผู้ใช้ทั่วไป
ข้อมูลเพิ่มเติม
http://www.palm.com
http://www.symantec.com
| Home
|| เอกสารเผยแพร่ || Virus
ThaiCERT Disclaimer | Copyright © 2001 ThaiCERT(NECTEC). All rights reserved. |