|
|
|||||||
การแก้ไข Windows registry นั้นคุณจำเป็นจะต้องทำการสำรอง Windows registry เดิมไว้ก่อน เพราะถ้าหากผลจากการแก้ไขที่คุณได้ทำไปแล้วไม่ได้ผลตามที่ต้องการ คุณก็สามารถใช้ registry จากการสำรองที่คุณทำไว้ได้
Windows 95/98/Me
ถ้าเครื่องของคุณรัน Windows 95/98/Me ให้ทำการสำรอง registry ไว้ที่ Windows destop
การสำรองข้อมูล registry:
- กดปุ่ม Start และเลือก Run จะปรากฏ Run dialog box
- พิมพ์ regeidit และกด OK จะปรากฏ Registry Editor
- เลือกเมนู Registry และเลือก Export Registry File
- ตรวจสอบค่าต่างๆใน Export Registry File dialog box ให้เป็นดังนี้:
- Save in: Desktop
- File name: Registry Backup
- Save as type: Registration Files
- Export range: All- กด Save
- กด Exit เพื่อออกจาก Registry Editor
- ตรวจสอบอีกครั้งว่ามี icon ชื่อ "Registry Backup.reg" อยู่บน desktop
ข้อควรระวัง: อย่าดับเบิ้ลคลิ๊กที่ไฟล์ "Registry Backup.reg" บน desktop นอกจากว่าคุณตั้งใจจะยกเลิกสิ่งที่คุณแก้ไขไว้ใน registry
ข้อสังเกต: วิธีนี้ใช้สำหรับ Windows 95/98/Me เท่านั้น ไม่สามารถใช้กับ Windows NT/2000
หลังจากแก้ไข registry
หลังจากที่ทำการแก้ไข registry แล้ว ควรตรวจสอบด้วยว่าผลที่ได้เป็นไปตามที่คาดไว้หรือไม่
ถ้าผลที่ได้เป็นไปตามที่ต้องการแล้ว ให้ทำการลบไฟล์ Registry Backup.reg หลังจากที่แก้ปัญหาเสร็จ ไม่ควรเก็บไฟล์ไว้ที่ desktop หลังจากเสร็จสิ้นการทดสอบ เพราะการดับเบิ้ลคลิ๊กไฟล์นามสกุล .reg จะนำเอาเนื้อหาจากไฟล์นั้นลงไปไว้ใน registry เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้คุณเผลอนำ registry เก่ากลับมาใช้อีก จึงควรลบไฟล์นี้ทิ้งทันทีหลังเสร็จสิ้นการแก้ไขและทดสอบแล้ว
แต่ถ้าผลที่ได้ไม่เป็นไปตามที่ต้องการ คุณก็สามารถเอา registry ที่สำเนาไว้นี้กลับมาใช้ได้อีกโดยดับเบิ้ลคลิ๊กที่ไฟล์ Registry Backup.reg
Windows 98/Me - Scanreg
Windows 98 มีวิธีการสำรองข้อมูล registry ที่ Windows 95 หรือ Windows NT ไม่มี วีธีการนี้เกี่ยวข้องกับการรันคำสั่ง Scanreg จากโหมด MS-DOS
การรัน Scanreg:
- กดปุ่ม Start และกดปุ่ม Shut Down จะปรากฏหน้าต่าง Shut Down ขึ้นมา
- กดปุ่ม "Restart in MS-DOS Mode" และ กด OK จะทำให้ Windows ปิดและรีสตาร์ทมาสู่ DOS prompt
- ที่ DOS prompt ให้พิมพ์คำสั่งตามด้านล่างแล้วกด Enter:
scanreg /backup
Scanreg จะสำเนา registry ของคุณแล้วกลับเข้าสู่ DOS prompt
การนำสำเนาของ registry ที่สำรองไว้กลับมาใช้ใหม่ด้วย Scanreg:
- กดปุ่ม Start และกดปุ่ม Shut Down จะปรากฏหน้าต่าง Shut Down ขึ้นมา
- กดปุ่ม Restart in MS-DOS Mode และ กด OK จะทำให้ Windows ปิดและรีสตาร์ทมาสู่ DOS prompt
- ที่ DOS prompt ให้พิมพ์คำสั่งตามด้านล่างแล้วกด Enter:
scanreg /restore
Scanreg จะตรวจสอบ registry และแสดงข้อมูลสำรองที่มีอยู่ทั้งหมดออกมา- เลือกข้อมูลสำรองที่อยู่บนสุด ซึ่งเป็นการสำรองที่คุณสร้างขึ้นอันแรกๆ
- กด R เพื่อนำข้อมูลสำรองนั้นกลับมาใช้ใหม่
- เมื่อนำข้อมูลสำรองอันเก่ากลับมาใช้แล้ว พิมพ์ win และกด Enter เพื่อเปิด Windows
Windows NT
สำหรับ Windows NT มีหลายวิธีในการสำรองข้อมูล registry สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับวิธีต่างๆนั้น สามารถดูได้จากหัวข้อ Q126464 และ Q122857 ใน Microsoft Knowledge Base ที่ http://support.microsoft.com/support
คุณสามารถใช้ Rdisk utility ในการสำรองไฟล์ registry ของ Windows NT ลงในแผ่นดิสก์ได้
การสำรองไฟล์ registry ของ windows NT ลงบนแผ่นดิสก์:
- กดปุ่ม Start และเลือก Run จะปรากฏ Run dialog box
- พิมพ์
rdisk /s
และกด OK จะปรากฏหน้าต่าง Saving Configuration- เมื่อเสร็จกระบวนการต่างๆ จะปรากฏหน้าต่าง Setup ขึ้น กด Yes เพื่อสร้าง Emergency Repair Disk (ERD)
- ทำตามขั้นตอนในหน้าต่างนั้น เมื่อเสร็จเรียบร้อยก็ตั้งชื่อดิสก์เป็น "Emergency Repair Disk" และใส่วันที่ปัจจุบันด้วย
- ติดตั้ง setup disk ทั้ง 3 แผ่นที่มาพร้อมกับการสำเนา Windows NT รวมทั้งติดตั้ง Emergency Repair Disk เมื่อใช้ setup disks นั้น ERD สามารถนำข้อมูลที่สำรองไว้มาใช้ติดตั้งอีกครั้งได้แม้ว่า Windows NT จะไม่สามารถบู๊ตได้ก็ตาม
NOTE: ถ้าคุณไม่มี Windows NT Setup disks 3 แผ่นนั้น คุณก็สามารถทำขึ้นด้วยตัวเอง โดยดูข้อมูลเพิ่มเติมจาก article Q131735 ใน Microsoft Kowledge Base หรือดูคำแนะนำเป็นขั้นตอนได้จาก http://support.microsoft.com/support/kb/articles/Q131/7/35.asp?LN=EN-US&SD=SO&FR=0
กระบวนการนี้จะทำการสำรองไฟล์ registry ปัจจุบันอีกอันหนึ่งไว้ในโฟลเดอร์ \Windows\Repair บนฮาร์ดไดร์ฟ ไฟล์เหล่านี้ถูกบีบอัดไวให้มีขนาดเล็กลง ซึ่งจะไม่สามารถนำมาใช้ได้อีกถ้าคุณไม่สามารถบู๊ต Windows NT ได้
หลังจากการเปลี่ยนแปลงแก้ไข registry
หลังจากการเปลี่ยนแปลงแก้ไข registry แล้วให้ตรวจสอบผลที่เกิดขึ้นทันที หากไม่ได้ผลตามที่คาดไว ้และคุณต้องการจะตั้ง registry ให้กลับไปมีสถานะดังเดิมก่อนที่จะทำการเปลี่ยนแปลงนั้น ให้ทำการบู๊ตด้วยดิสก์แผ่นแรกของ Windows NT setup disk 3 แผ่นนั้น เมื่อเครื่องคอมพิวเตอร์บู๊ตขึ้นแล้ว กด Repair และเลือก Registry คุณจะสามารถเลือกได้ว่าจะทำการติดตั้ง registry ส่วนไหน
Windows 2000
การสำรองไฟล์ registry ของ Windows 2000 ลงบนแผ่นดิสก์:
- กดปุ่ม Start แล้วชื้ไปที่ Programs -> Accessories -> System Tools และกด Backup
- กด Tools และเลือก Create an Emergency Repair Disk
- เมื่อพร้อมแล้ว ให้ใส่แผ่นดิสก์เปล่าเข้าไปที่ไดร์ฟ Floppy Disk และกด OK
- เมื่อกระบวนการเสร็จสิ้น นำแผ่นดิสก์ออกจากเครื่อง และเขียนที่แผ่นว่า "Emergency Repair Disk" แล้วเก็บไว้ในที่ปลอดภัย
การสร้าง setup disks
- ใส่แผ่นดิสก์เปล่าเข้าไปที่ไดร์ฟ Floppy Disk
- ใส่แผ่น CD ของ Windows 2000 เข้าไปที่ไดร์ฟ CD-ROM
- กด Start และ Run
- พิมพ์ในช่องว่างดังนี้
d:\bootdisk\makeboot a:
(โดยที่ d: คือตัวอักษรที่คุณกำหนดให้เป็นไดร์ฟของ CD-ROM) แล้วกด OK- คุณต้องใช้แผ่นดิสก์เปล่าจำนวน 4 แผ่น เขียนกำกับแต่ละแผ่นเป็น Setup Disk #1, Setup Disk #2, Setup Disk #3, และ Setup Disk #4
Note: เพื่อติดตั้งค่าที่คุณตั้งไว้จาก Emergency Repair Disk (ERD) คุณจะต้องใช้แผ่น CD ของ Windows 2000, แผ่น Windows 2000 setup disks และ ERD โดยระหว่างที่อยู่ในกระบวนการติดตั้ง คุณสามารถกดปุ่ม F1 เพื่อดูข้อมูลเกี่ยวกับทางเลือกอื่นๆได้ การใช้ ERD จะทำการติดตั้งค่าต่างๆตามที่ตั้งไว้ตั้งแต่ติดตั้ง Windows ครั้งแรก แต่การใช้ setup disks จะทำการติดตั้งค่าสุดท้ายที่คุณทำการอัปเดต setup disks
Home || เอกสารเผยแพร่ || Microsoft
ThaiCERT Disclaimer | Copyright © 2001 ThaiCERT(NECTEC). All rights reserved.