|
|
|||||||
การตรวจสอบไฟร์วอลล์ (Firewall Auditing)
เรียบเรียงโดย : ภูวดล ด่านระหาญ
เผยแพร่เมื่อ : 4 ธันวาคม 2544
ภายหลังจากที่นำไฟร์วอลล์ไปใช้งาน ผู้ดูแลระบบจะต้องตรวจสอบเสมอว่าไฟร์วอลล์สามารถทำงานได้ตรงตามที่กำหนดไว้หรือไม่ เอกสารฉบับนี้จะแนะนำวิธีในการตรวจสอบเครื่องไฟร์วอลล์และตรวจสอบ rule ของไฟร์วอลล์ เพื่อทำการทดสอบเพื่อให้มั่นใจว่าไฟร์วอลล์ได้ถูกติดตั้งและใช้งานได้ตรงตามที่ต้องการ โดยไม่ได้มุ่งเน้นไปที่วิธีการเจาะระบบแต่อย่างใด
การคาดหวัง
สิ่งแรกที่ต้องทำในการตรวจสอบไฟร์วอลล์คือ ถามตัวเองว่าคาดหวังอะไรจากไฟร์วอลล์
ต้องการให้ไฟร์วอลล์ทำอะไรให้บ้าง ซึ่งคำตอบทั้งหมดนี้มีอยู่ใน security policy
ผู้ดูแลไฟร์วอลล์ต้องมีความเข้าใจใน security policy เป็นอย่างดี เพราะในระหว่างกระบวนการตรวจสอบนั้น
จะต้องทำการเปรียบเทียบผลลัพธ์ที่ได้กับ policy หรือความคาดหวังที่ตั้งไว้ก่อนแล้ว
การตรวจสอบ
การตรวจสอบจะแบ่งเป็น 2 ส่วนด้วยกันคือ การตรวจสอบเครื่องไฟร์วอลล์ และส่วนของการตรวจสอบ
rule ของไฟร์วอลล์
ในบางครั้งอาจจะได้ผลลัพธ์ที่แปลกไป เช่น อาจจะพบว่ามีการเปิด port 256 - 258 ใน Firewall-1 ซึ่งใช้สำหรับควบคุมเครื่องไฟร์วอลล์ หรืออาจจะมีการตอบรับต่อ ICMP message โดยดีฟอลต์ ดังนั้นผู้ดูแลไฟร์วอลล์ควรยกเลิกการใช้งานในทั้งสองส่วน แต่ถ้าในกรณีที่จำเป็นต้องเปิด port หรือบริการไว้ที่เครื่องไฟร์วอลล์ ก็ให้จำกัดการใช้งานเฉพาะผู้ดูแลระบบเท่านั้น เช่น ให้ใช้งานเฉพาะไอพีแอดเดรสที่กำหนดไว้เท่านั้น
จุดสำคัญของการทำให้ไฟร์วอลล์มีความปลอดภัยคือ ให้ปิดกั้นการเข้าถึงไฟร์วอลล์ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยใน rule ของไฟร์วอลล์นั้นจะต้องมี lockdown rule เพื่อปิดกั้นไฟร์วอลล์จากทุกสิ่ง ในกรณีที่จำเป็นต้องเปิดให้เข้าถึงไฟร์วอลล์ ก็ให้นำ rule นั้นวางไว้บน lockdown rule อีกทีเครื่องมือที่ใช้
เครื่องมือที่ใช้ในการสแกน port ที่ดีที่สุดคือ nmap ซึ่งใช้งานได้ทั้ง TCP/UDP
scan นอกจากนี้ยังมีเทคนิคในการสแกนผ่านไฟร์วอลล์โดยใช้ เครื่องมือที่นิยมกันคือ
Firewalk และ hping2 แต่เนื่องจากเอกสารฉบับนี้ไม่ได้มุ่งเน้นเรื่องการใช้เครื่องมือ
ดังนั้นจึงไม่ได้แสดงตัวอย่างการใช้คำสั่ง เพราะเกรงว่าจะเป็นผลเสียมากกว่า และเครื่องมือบางอย่างนั้นผู้ดูแลระบบส่วนใหญ่ก็รู้จักและใช้งานกันเป็นประจำอยู่แล้ว
สรุป
การตรวจสอบไฟร์วอลล์ช่วยให้ผู้ดูแลระบบสามารถมั่นใจได้ว่าระบบได้ถูกติดตั้งและใช้งานโดยไม่เปิดช่องโหว่ใดๆ
ให้กับผู้บุกรุก แต่ถึงอย่างไรก็ตามไม่มีระบบใดที่ปลอดภัย 100% ดังนั้นผู้ดูแลระบบจึงควรหมั่นติดตามข่าวสารอยู่เสมอ
และติดตั้งอุปกรณ์เสริมอื่นๆ เช่น NIDS (Network Intrusion Detection) เพื่อให้ระบบมีความพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ในอนาคตมากยิ่งขึ้น
| Home
|| เอกสารเผยแพร่ || Firewall
ThaiCERT Disclaimer | Copyright © 2001 ThaiCERT(NECTEC). All rights reserved. |