Home || Advisories & Alerts >> Security Bulletins << เอกสารเผยแพร่ || เครื่องมือ || บริการ || FAQ. || เกี่ยวกับ ThaiCERT

Security Bulletins
Microsoft

Microsoft Security Bulletin MS05-051
Vulnerabilities in MSDTC and COM+ Could Allow Remote Code Execution (902400)
วันที่ประกาศ : 12 ตุลาคม 2548
เวอร์ชัน : 1.0
เรียบเรียงโดย : ศิริวรรณ อภิสิริเดช

คำอธิบายโดยสังเขป

ไมโครซอฟท์ได้ประกาศแจ้งเตือนช่องโหว่ที่เกิดขึ้นใน MSDTC และ COM+ ซึ่งช่องโหว่เหล่านี้อาจเป็นผลให้ผู้บุกรุกสามารถสั่งรันโปรแกรมได้จากระยะไกลเข้ามาได้

ข้อมูลโดยย่อของช่องโหว่มีดังนี้

MSDTC Vulnerability - CAN-2005-2119:

ช่องโหว่นี้เกิดจากหน่วยความจำใน Microsoft Distributed Transaction Coordinator (MSDTC) ไม่ได้รับการตรวจสอบข้อมูลอินพุธที่รับเข้ามาก่อนนำไปใช้งาน

Microsoft Distributed Transaction Coordinator (MSDTC) คือส่วนประกอบที่ช่วยในการติดต่อสื่อสารสำหรับระบบปฏิบัติการไมโครซอฟต์วินโดวส์ MSDTC ใช้เทคโนโลยี transaction processing ซึ่งมีความทนทาน สามารถทำงานได้แม้ว่า ระบบ โพรเซส หรือการสื่อสารจะล่มก็ตาม

สำหรับระบบ Windows 2000 ผู้ใช้ใดๆ (anonymous user) ซึ่งสามารถส่งข้อมูลที่สร้างขึ้นผ่านทางเครือข่ายเข้าไปในระบบได้จะสามารถโจมตีช่องโหว่นี้ได้ ส่วนบนระบบ Windows XP Service Pack 1 และ Windows Server 2003 ผู้บุกรุกจะสามารถล็อกออนเข้าสู่ระบบโดยตรงและรันโปรแกรมเพื่อโจมตีช่องโหว่นี้บนระบบได้เลย แต่ Windows XP Service Pack 1 และ Windows Server 2003 ไม่มีช่องโหว่ที่จะถูกโจมตีจากระยะไกลได้ ยกเว้นมีการตั้งค่าผู้ใช้ในระบบที่ไม่รัดกุมซึ่งอาจถูกโจมตีจากระยะไกลได้ บนระบบ Windows Server 2003 หากผู้ดูแลระบบเปิดใช้งาน Network DTC Access จะทำให้ระบบมีช่องโหว่ให้ผู้ใช้ใดๆ สามารถโจมตีจากระยะไกลและรันโปรแกรมเพื่อควบคุมระบบทั้งหมดได้

หากผู้ใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ยังไม่ได้ทำการอุดช่องโหว่นี้ล็อกอินภายใต้สิทธิของผู้ดูแลระบบ ในกรณีที่รุนแรงที่สุดของช่องโหว่เหล่านี้ ผู้บุกรุกก็จะสามารถควบคุมเครื่องไว้ได้ทั้งหมด ซึ่งรวมถึงการติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติมเข้าไป การเรียกดู เปลี่ยนแปลง หรือแม้แต่ลบข้อมูลที่อยู่ในเครื่องนั้นทิ้งไป รวมทั้งการเพิ่มผู้ใช้รายใหม่ที่มีระดับสิทธิสูงๆ เข้าไปในบัญชีผู้ใช้ หากไม่ได้ล็อกอินภายใต้สิทธิดังกล่าว ความเสี่ยงต่อความเสียหายหรือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นก็จะลดความรุนแรงลงไป

COM+ Vulnerability - CAN-2005-1978:

ช่องโหว่นี้เกิดขึ้นใน COM+ โดยมีสาเหตุจากโพรเซสที่ COM+ ใช้ในการสร้างและใช้งาน memory structures

COM+ มีวิวัฒนาการมาจาก Microsoft Component Object Model และ Microsoft Transaction Server (MTS) โดย COM+ ทำหน้าที่ในการจัดการรีซอร์ส (resource management) ในระบบ เช่น การจัดสรรพื้นที่ และสร้างความปลอดภัยให้เทรด (thread) และช่วยให้แอพพลิเคชันทำงานได้ดีขึ้นโดยการจัดให้มี thread pooling, object pooling, และ just-in-time object activation นอกจากนี้ COM+ ยังช่วยปกป้องความสมบูรณ์ให้แก่ข้อมูลด้วย

ในระบบ Windows 2000 และ Windows XP Service Pack 1 ผู้บุกรุกสามารถโจมตีช่องโหว่โดยการสร้างข้อความเฉพาะส่งไปยังเครื่องที่มีช่องโหว่ดังกล่าว ทำให้ผู้บุกรุกสามารถรันโค้ดได้ ส่วนในระบบ Windows XP Service Pack 2, Windows Server 2003 และ Windows Server 2003 Service Pack 1 ผู้โจมตีต้องล็อกออนเข้าระบบโดยตรงเพื่อโจมตีช่องโหว่และรันแอพพลิเคชันที่สร้างขึ้นเฉพาะเพื่อให้ได้สิทธิผู้ดูแลระบบเข้าสู่ระบบ

หากผู้ใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ยังไม่ได้ทำการอุดช่องโหว่นี้ล็อกอินภายใต้สิทธิของผู้ดูแลระบบ ในกรณีที่รุนแรงที่สุดของช่องโหว่เหล่านี้ ผู้บุกรุกก็จะสามารถควบคุมเครื่องไว้ได้ทั้งหมด ซึ่งรวมถึงการติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติมเข้าไป การเรียกดู เปลี่ยนแปลง หรือแม้แต่ลบข้อมูลที่อยู่ในเครื่องนั้นทิ้งไป รวมทั้งการเพิ่มผู้ใช้รายใหม่ที่มีระดับสิทธิสูงๆ เข้าไปในบัญชีผู้ใช้ หากไม่ได้ล็อกอินภายใต้สิทธิดังกล่าว ความเสี่ยงต่อความเสียหายหรือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นก็จะลดความรุนแรงลงไป

TIP Vulnerability - CAN-2005-1979:

ช่องโหว่นี้เกิดขึ้นใน Transaction Internet Protocol (TIP) โดยมีสาเหตุมาจากโพรเซสที่ Distributed Transaction Coordinator (DTC) ใช้ในการตรวจสอบ TIP requests

MSDTC สนับสนุน Transaction Internet Protocol (TIP) การสื่อสารโดยใช้โพรโตคอล TIP จะมีลักษณะเป็น two-pipe architecture คือ ข้อความที่เกี่ยวกับขั้นตอนการทำงานจะอยู่ในท่อหนึ่ง ชื่อ application-to-application pipe ส่วนข้อความที่ควบคุมขั้นตอนการติดต่อสื่อสารจะอยู่ในอีกท่อหนึ่งชื่อ transaction manager-to-transaction manager pipe ตัว MSDTC จะเรียกใช้ TIP เมื่อแอพพลิเคชันโปรแกรมหรือ resource manager มีการใช้ TIP COM interfaces

เมื่อในระบบใดๆ มีการเปิดใช้งานโพรโตคอล TIP ผู้ใช้ใดๆ สามารถสร้างข้อความเฉพาะและส่งไปยังระบบที่มีช่องโหว่นี้ จะมีผลทำให้ Distributed Transaction Coordinator (DTC) หยุดการทำงาน ซึ่งการโจมตีรูปแบบนี้ถือเป็นการโจมตีแบบ Denial of Service รูปแบบหนึ่ง

Distributed TIP Vulnerability - CAN-2005-1980:

ช่องโหว่นี้เกิดขึ้นคล้ายกับช่องโหว่ TIP Vulnerability แต่ต่างกันที่ในช่องโหว่ Distributed TIP Vulnerability นั้น ผู้บุกรุกสามารถสร้างข้อความเฉพาะส่งไปยังเครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่เปิดใช้ TIP และมีผลทำให้ MSDTC บนเครื่องนั้นหยุดทำงาน นอกจากนี้ข้อความเฉพาะนี้ยังสามารถแพร่กระจายไปสู่เครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่เปิดใช้ TIP เครื่องอื่นๆ ได้อีกด้วย

ผลกระทบของช่องโหว่นี้

  • การโจมตีผ่านทาง MSDTC Vulnerability และ COM+ Vulnerability ส่งผลให้ผู้บุกรุกสามารถสั่งรันโปรแกรมได้จากระยะไกล และได้รับสิทธิ์ในการเข้าควบคุมระบบได้ทั้งหมด
  • การโจมตีผ่านทาง TIP Vulnerability และ Distributed TIP Vulnerability ส่งผลให้เกิด Denial of Service แต่การโจมตีรูปแบบนี้ผู้บุกรุกจะไม่สามารถสั่งรันโปรแกรมหรือได้รับสิทธิ์ในการควบคุมระบบ

ระดับความรุนแรง

สูงสุด (Critical)

ซอฟต์แวร์ที่ได้รับผลกระทบ

ซอฟต์แวร์ที่ไม่ได้รับผลกระทบ

  • Microsoft Windows 98, Microsoft Windows 98 Second Edition (SE), and Microsoft Windows Millennium Edition (ME)

วิธีแก้ไขปัญหา

ให้ติดตั้งโปรแกรมอุดช่องโหว่ตามข้อมูลด้านบน


หากท่านพบเห็นข้อผิดพลาดหรือมีคำแนะนำ โปรดส่งข้อความของท่านมาที่ thaicert@nectec.or.th ท่านสามารถดาวน์โหลด PGP Public Key ของ ThaiCERT ได้ ในกรณีที่ต้องการเข้ารหัสอี-เมล์



Home || Advisories & Alerts >> Security Bulletins << เอกสารเผยแพร่ || เครื่องมือ || บริการ || FAQ. || เกี่ยวกับ ThaiCERT

ThaiCERT Disclaimer | Copyright © 2001 ThaiCERT(NECTEC). All rights reserved.