|
ชื่อ : W32.Zotob.E
ชนิด : หนอนอินเทอร์เน็ต (worm)
ชื่ออื่นที่รู้จัก : WORM_RBOT.CBQ [Trend Micro], W32/Zotob.E[Outpost24],
Win32.Peabot.A [Computer Associates], W32/IRCbot.worm!MS05-039 [McAfee],
W32/Tpbot-A [Sophos], W32.Zotob.E[Symantec], Net-Worm.Win32.Small.d
[Kaspersky]
ระดับความรุนแรง : ปานกลาง
ระบบปฏิบัติการที่มีผลกระทบ
: Windows 2000, Windows 95, Windows 98, Windows Me, Windows
NT, Windows XP
ระบบปฏิบัติการที่ไม่มีผลกระทบ : Linux, Macintosh, OS/2, UNIX,
Windows 3.x
ข้อมูลทั่วไป || วิธีการแพร่กระจาย
|| ผลกระทบที่เกิดขึ้น || รายละเอียดทางเทคนิค
|| วิธีการกำจัดหนอนชนิดนี้ || วิธีป้องกันตัวเองจากหนอนชนิดนี้
|| ข้อมูลอ้างอิง
ข้อมูลทั่วไป
W32.Zotob.E
หนอนชนิดนี้จัดเป็นโปรแกรมประเภท Exploit ที่จะโจมตีช่องโหว่ของ
Microsoft Windows Plug and Play Vulnerability หรือ MS05-039
ผ่านพอร์ต 445/TCP เฉพาะบนระบบปฏิบัติการวินโดวส์ NT และ 2000 เท่านั้น
ซึ่งไฟล์ของหนอนชนิดนี้มีชื่อว่า wintbp.exe
ในส่วนของระบบปฏิบัติการอื่นจะไม่ถูกโจมตี แต่ก็มีโอกาสที่จะได้รับไฟล์หนอนและทำการติดตั้งให้โจมตีไปยังเครื่องที่ใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์
NT หรือ 2000 ได้
นอกจากนี้ หนอนยังทำการเชื่อมต่อไปยังเครื่องเซิร์ฟเวอร์ของโปรแกรม
IRC เพื่อทำการส่งข้อความออกไปอีกด้วย
วิธีการแพร่กระจาย
หนอนชนิดนี้สามารถแพร่กระจายโดยเริ่มจากการค้นหาเครื่องคอมพิวเตอร์ตามหมายเลข
IP ที่หนอนสร้างขึ้นมา หากพบว่าเครื่องเหล่านี้ยังไม่ได้ทำการติดตั้งโปรแกรมซ่อมแซมช่องโหว่ของ
Microsoft Windows Plug and Play Vulnerability หรือ MS05-039
หนอนจะทำการโจมตีผ่านช่องโหว่ดังกล่าวโดยใช้วิธีการทำให้หน่วยความจำล้น
(Buffer Overflow) ส่งผลทำให้มีการเปิดพอร์ต 7778/TCP จากนั้นหนอนจะสร้างสคริปต์ชื่อ
[0-9].bat ในโฟลเดอร์ Temp ของวินโดว์
ใช้ในการดาวน์โหลดและเอ็กซิคิวต์ไฟล์ของหนอนเอง
ผลกระทบที่เกิดขึ้น
- เครื่องอาจทำงานผิดพลาด : เนื่องจากหนอนจะแก้ไขไฟล์และรีจิสทรี
ทำให้เครื่องทำงานผิดพลาดได้
- เปิดการเชื่อมต่อที่ผิดปกติ : หนอนจะสร้างพอร์ตที่ใช้ในการเชื่อมต่อ
445/TCP และ 7778/TCP
- รบกวนการทำงานของระบบเครือข่าย : หนอนจะทำการเชื่อมต่อไปยังเครื่องเซิร์ฟเวอร์ของโปรแกรม
IRC ที่ IP 72.20.27.115
รายละเอียดทางเทคนิค
เมื่อหนอน W32.Zotob.E
ถูกเอ็กซิคิวต์ หนอนจะมีกระบวนการดังนี้

วิธีกำจัดหนอนชนิดนี้
- การกำจัดหนอนแบบอัตโนมัติ วิธีที่ 1
- ดาวน์โหลดโปรแกรม Sysclean.com จากเว็บไซต์
http://www.trendmicro.com/ftp/products/tsc/sysclean.com
- ดาวน์โหลดไฟล์ pattern ชื่อ lptxxx.zip จาก
http://www.trendmicro.com/download/pattern.asp
หมายเหตุ xxx
แทนตัวเลขเวอร์ชันล่าสุดของไฟล์ pattern
- แตกไฟล์ lptxxx.zip นำไฟล์ชื่อ lpt$vpn.xxx
เก็บไว้ในโฟลเดอร์เดียวกับไฟล์ Sysclean.com ที่ได้จากข้อ 1
- ตัดการเชื่อมต่อเครือข่าย
- หยุดการทำงานทุกโปรแกรม รวมทั้งโปรแกรมป้องกันไวรัสด้วย
- จากนั้นรันไฟล์ Sysclean.com จะปรากฏไดอะล็อกให้ทำการสแกนโดยกดปุ่ม
Scan
- เริ่มต้นการใช้งานโปรแกรมป้องกันไวรัสอีกครั้ง
- ทำการปรับปรุงฐานข้อมูลไวรัสที่ใช้อยู่แล้วทำการสแกนอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าเครื่องที่ใช้งานอยู่ไม่มีไวรัส
ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับวินโดวส์ ME:
หมายเหตุ: ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ ME ใช้ backup
utility สำหรับ backup ไฟล์โดยอัตโนมัติไว้ที่โฟลเดอร์ C:\_Restore
ดังนั้นไฟล์ที่ติดเชื้อสามารถถูกเก็บไว้เป็นไฟล์ backup ได้ และ
โปรแกรมป้องกันไวรัสจะไม่สามารถลบไฟล์เหล่านี้ได้ จึงต้องทำการยกเลิกการใช้งาน
Restore Utility ตามขั้นตอนดังนี้
- คลิ๊กขวาที่ไอคอน My Computer บน Desktop และ เลือก
Properties
- เลือกแถบ Performance
- กดปุ่ม File System
- เลือกแถบ Troubleshooting
- ใส่เครื่องหมายเลือก "Disable System Restore"
- กดปุ่ม Apply
- กดปุ่ม Close
- กดปุ่ม Close อีกที
- เมื่อมีหน้าต่างขึ้นมาถามว่าจะรีสตาร์ทเครื่องหรือไม่
ให้กด Yes
หมายเหตุ: ขณะนี้ Restore Utility ถูกยกเลิกการทำงานแล้ว
- หลังจากเรียกใช้งาน Fix tools เรียบร้อยแล้ว เปิดหาตำแหน่งของไฟล์เหล่านั้นได้จากโฟลเดอร์
C:\_Restore และกำจัดออก
หลังจากกำจัดเรียบร้อยแล้วก็รีสตาร์ทเครื่องให้ใช้งานได้ตามปกติ
หมายเหตุ: การเปิดใช้ Restore Utility อีกครั้ง ให้ทำตามขั้นตอนที่
1-9 และในขั้นตอนที่ 5 ให้ยกเลิกเครื่องหมายที่เลือก "Disable
System Restore" ออก
ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับวินโดวส์ XP
หมายเหตุ: ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ XP ใช้ backup
utility สำหรับ backup ไฟล์โดยอัตโนมัติไว้ที่โฟลเดอร์ C:\_Restore
ดังนั้นไฟล์ที่ติดเชื้อสามารถถูกเก็บไว้เป็นไฟล์ backup ได้ และ
โปรแกรมป้องกันไวรัสจะไม่สามารถลบไฟล์เหล่านี้ได้ จึงต้องทำการยกเลิกการใช้งาน
Restore Utility ตามขั้นตอนดังนี้
- คลิ๊กขวาที่ไอคอน My Computer บน Desktop และ เลือก
Properties
- เลือกแถบ System Restore
- ใส่เครื่องหมายเลือก "Turn off System Restore"
หรือ "Turn off System Restore on all drives"
- กดปุ่ม Apply
- กดปุ่ม Yes
หมายเหตุ: ขณะนี้ Restore Utility ถูกยกเลิกการทำงานแล้ว
- หลังจากเรียกใช้งาน Fix tools เรียบร้อยแล้ว เปิดหาตำแหน่งของไฟล์เหล่านั้นได้จากโฟลเดอร์
C:\_Restore และกำจัดออก หลังจากกำจัดเรียบร้อยแล้วก็รีสตาร์ทเครื่องให้ใช้งานได้ตามปกติ
หมายเหตุ: การเปิดใช้ Restore Utility อีกครั้ง ให้ทำตามขั้นตอนที่
1-5 และในขั้นตอนที่ 5 ให้ยกเลิกเครื่องหมายที่เลือก "Turn
off System Restore" ออก
วิธีป้องกันตัวเองจากหนอนชนิดนี้
- ควรลบอี-เมล์ที่น่าสงสัยว่ามีไวรัสแนบมา รวมทั้งอี-เมล์ขยะและอี-เมล์ลูกโซ่ทิ้งทันที
- ห้ามรันไฟล์ที่แนบมากับอี-เมล์ซึ่งมาจากบุคคลที่ไม่รู้จักหรือไม่มั่นใจว่าผู้ส่งเป็นใครและไม่ทราบว่าไฟล์ดังกล่าวนั้นเป็นไฟล์อะไร
ตลอดจนไฟล์ที่ถูกส่งด้วยโปรแกรมสนทนา (Chat) ต่างๆ เช่น IRC, ICQ
หรือ Pirch เป็นต้น
- ติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัส และต้องทำการปรับปรุงฐานข้อมูลไวรัสเป็นตัวล่าสุดอยู่เสมอ
- สร้างแผ่นกู้ระบบฉุกเฉิน (Emergency disk) ของโปรแกรมป้องกันไวรัส
และปรับปรุงฐานข้อมูลในแผ่นอยู่เสมอ
- ติดตั้งโปรแกรมปรับปรุงช่องโหว่ (patch) ของทุกซอฟต์แวร์อยู่เสมอ
โดยเฉพาะ Internet Explorer และระบบปฏิบัติการ ให้เป็นเวอร์ชันใหม่ที่สุด
IE
6.0 Service Pack 1
Windows
2000 Service Pack 4
Windows
XP Service Pack 2
- ตั้งค่า security zone ของ Internet Explorer ให้เป็น
high ดังคำแนะนำที่ http://www.thaicert.nectec.or.th/paper/virus/zone.php
- ทำการสำรองข้อมูลในเครื่องอยู่เสมอ และเตรียมหาวิธีการแก้ไขเมื่อเกิดเหตุขัดข้องขึ้น
- ติดตามข่าวสารแจ้งเตือนเกี่ยวกับไวรัสต่างๆ ซึ่งสามารถขอใช้บริการส่งข่าวสารผ่านทางอี-เมล์ของทีมงาน
ThaiCERT ได้ที่ http://thaicert.nectec.or.th/mailinglist/register.php
- สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีป้องกันตัวเองจากไวรัสทั่วไปได้ในหัวข้อ
วิธีป้องกันตัวเองให้ปลอดภัยจากไวรัสคอมพิวเตอร์
ข้อมูลอ้างอิง
*** ThaiCERT ขอสงวนสิทธิ์ในการเสนอแนวทางป้องกันเบื้องต้น
และวิธีการดังกล่าวไม่จำเป็นต้องได้ผล 100% ขึ้นอยู่กับระบบปฎิบัติการ
โปรแกรมป้องกันไวรัส และโปรแกรมอื่นๆ ที่ติดตั้งในเครื่องคอมพิวเตอร์ของท่านเอง***
เผยแพร่โดย ThaiCERT เมื่อ 17
สิงหาคม 2548 11.03น.
ปรับปรุงล่าสุดโดย ThaiCERT เมื่อ 17 สิงหาคม 2548 11.03น.
|