|
ชื่อ : W32.Bagle.B@mm
ชนิด : หนอนอินเทอร์เน็ต (worm)
ชื่ออื่นที่รู้จัก : W32.Alua@mm, Win32/Bagle.B.Worm, Bagle.B,
W32/Bagle.b@MM, W32/Bagle.B@mm, WORM_BAGLE.B, W32/Bagle.B.worm,
W32/Tanx-A
ระดับความรุนแรง : ปานกลาง
ระบบปฏิบัติการที่มีผลกระทบ
: Windows 2000, Windows 95, Windows 98, Windows Me, Windows
NT, Windows Server 2003, Windows XP
ระบบปฏิบัติการที่ไม่มีผลกระทบ : Linux, Macintosh, Microsoft
IIS, OS/2, UNIX
ข้อมูลทั่วไป || วิธีการแพร่กระจาย
|| ผลกระทบที่เกิดขึ้น || รายละเอียดทางเทคนิค
|| วิธีการกำจัดหนอนชนิดนี้ || วิธีป้องกันตัวเองจากหนอนชนิดนี้
|| ข้อมูลอ้างอิง
ข้อมูลทั่วไป
W32.Bagle.B@mm เป็นหนอนอินเทอร์เน็ตที่สามารถทำงานได้จนกระทั่งวันที่ของเครื่องผ่านวันที่
25 กุมภาพันธ์ 2547 หนอนชนิดนี้แก้ไขไฟล์หลายไฟล์รวมทั้งค่ารีจิสทรี
นอกจากนี้ยังเปิดประตูลับที่พอร์ต 8866/TCP
การแพร่กระจายของหนอนชนิดนี้ผ่านทางอี-เมล์นั้นจะมีลักษณะของอี-เมล์ดังนี้
| ชื่อผู้ส่งอี-เมล์ |
ค้นหาจากไฟล์ต่างๆ
เพื่อใช้หลอกให้ผู้ที่ได้รับอี-เมล์เชื่อว่าคนรู้จักส่งอี-เมล์ฉบับนี้มา |
| หัวข้ออี-เมล์ |
ID
<ตัวอักษรที่สุ่มขึ้นมาจำนวน 6 ตัวอักษร>... thanks |
| ไฟล์ที่แนบมากับอี-เมล์ |
<ตัวอักษรที่สุ่มขึ้นมาจำนวน
7 ตัวอักษร>.exe
|
| ข้อความในอี-เมล์ |
Yours ID <ตัวอักษรที่สุ่มขึ้นมาจำนวน
9 ตัวอักษร>
- -
Thank |
วิธีการแพร่กระจาย
หนอนชนิดนี้สามารถแพร่กระจายผ่านทางอี-เมล์ ซึ่งหนอนชนิดนี้มี
SMTP ที่ใช้ส่งอี-เมล์ได้ด้วยตัวเอง ไฟล์ที่แนบมากับอี-เมล์นั้นมีรูปแบบไม่แน่นอน
ผลกระทบที่เกิดขึ้น
- ส่งอี-เมล์ออกมาเป็นจำนวนมาก : หนอนจะส่งอี-เมล์โดยใช้
SMTP ของหนอนเอง
- เครื่องอาจทำงานผิดพลาด : เนื่องจากหนอนจะแก้ไขไฟล์และรีจิสทรี
ทำให้เครื่องทำงานผิดพลาดได้
- เปิดการเชื่อมต่อที่ผิดปกติ
: หนอนจะเปิดพอร์ต 8866/TCP เพื่อให้ผู้บุกรุกสามารถอัพโหลดไฟล์ใส่เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ถูกหนอนชนิดนี้แพร่กระจายอยู่ได้
รายละเอียดทางเทคนิค
เมื่อหนอน W32.Bagle.B@mm
ถูกเอ็กซิคิวต์ หนอนจะมีกระบวนการดังนี้

วิธีกำจัดหนอนชนิดนี้
- การกำจัดหนอนแบบอัตโนมัติ วิธีที่ 1
- ดาวน์โหลดโปรแกรม Sysclean.com จากเว็บไซต์ http://www.trendmicro.com/ftp/products/tsc/sysclean.com
- ดาวน์โหลดไฟล์ pattern ชื่อ lptxxx.zip จาก http://www.trendmicro.com/download/pattern.asp
หมายเหตุ xxx
แทนตัวเลขเวอร์ชันล่าสุดของไฟล์ pattern
- แตกไฟล์ lptxxx.zip นำไฟล์ชื่อ lpt$vpn.xxx เก็บไว้ในโฟลเดอร์เดียวกับไฟล์
Sysclean.com ที่ได้จากข้อ 1
- ตัดการเชื่อมต่อเครือข่าย
- หยุดการทำงานทุกโปรแกรม รวมทั้งโปรแกรมป้องกันไวรัสด้วย
- จากนั้นรันไฟล์ Sysclean.com จะปรากฏไดอะล็อกให้ทำการสแกนโดยกดปุ่ม
Scan
- เริ่มต้นการใช้งานโปรแกรมป้องกันไวรัสอีกครั้ง
- ทำการปรับปรุงฐานข้อมูลไวรัสที่ใช้อยู่แล้วทำการสแกนอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าเครื่องที่ใช้งานอยู่ไม่มีไวรัส
- การกำจัดหนอนแบบอัตโนมัติ วิธีที่ 2
- ดาวน์โหลดไฟล์ FxBeagle.exe จาก http://securityresponse.symantec.com/avcenter/FxBeagle.exe
- ปิดโปรแกรมทุกโปรแกรมที่กำลังใช้งานอยู่ก่อนรันไฟล์ที่ดาวน์โหลดจากข้อ
1
- ตัดขาดการเชื่อมต่อจากเครือข่ายทุกทาง
- ถ้าใช้ระบบปฎิบัติการ Windows XP หรือ ME ให้ทำการ
disable System Restore ก่อน (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ส่วนของ
ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับ Windows XP และ ME)
- จากนั้นทำการรันไฟล์ FxBeagle.exe โดยการดับเบิลคลิ้กไฟล์ดังกล่าวแล้วกดปุ่ม
start
- รีสตาร์ทเครื่อง แล้วรัน FxBeagle.exe อีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีหนอนตัวนี้หลงเหลือในระบบ
- ถ้าใช้ระบบปฎิบัติการ Windows XP หรือ ME ให้ทำการ
enable System Restore
- ปรับปรุงฐานข้อมูลไวรัสให้กับโปรแกรมป้องกันไวรัสที่ติดตั้งอยู่ในระบบ
- สแกนหาไวรัสทั้งระบบดูอีกครั้ง
ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับวินโดวส์ ME:
หมายเหตุ: ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ ME ใช้ backup
utility สำหรับ backup ไฟล์โดยอัตโนมัติไว้ที่โฟลเดอร์ C:\_Restore
ดังนั้นไฟล์ที่ติดเชื้อสามารถถูกเก็บไว้เป็นไฟล์ backup ได้ และ
โปรแกรมป้องกันไวรัสจะไม่สามารถลบไฟล์เหล่านี้ได้ จึงต้องทำการยกเลิกการใช้งาน
Restore Utility ตามขั้นตอนดังนี้
- คลิ๊กขวาที่ไอคอน My Computer บน Desktop และ เลือก
Properties
- เลือกแถบ Performance
- กดปุ่ม File System
- เลือกแถบ Troubleshooting
- ใส่เครื่องหมายเลือก "Disable System Restore"
- กดปุ่ม Apply
- กดปุ่ม Close
- กดปุ่ม Close อีกที
- เมื่อมีหน้าต่างขึ้นมาถามว่าจะรีสตาร์ทเครื่องหรือไม่
ให้กด Yes
หมายเหตุ: ตอนนี้ Restore Utility ถูกยกเลิกแล้ว
- หลังจากเรียกใช้งาน Fix tools เรียบร้อยแล้ว เปิดหาตำแหน่งของไฟล์เหล่านั้นได้จากโฟลเดอร์
C:\_Restore และกำจัดออก
หลังจากกำจัดเรียบร้อยแล้วก็รีสตาร์ทเครื่องให้ใช้งานได้ตามปกติ
หมายเหตุ: การเปิดใช้ Restore Utility อีกครั้ง ให้ทำตามขั้นตอนที่
1-9 และในขั้นตอนที่ 5 ให้ยกเลิกเครื่องหมายที่เลือก "Disable
System Restore" ออก
ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับวินโดวส์ XP
หมายเหตุ: ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ XP ใช้ backup
utility สำหรับ backup ไฟล์โดยอัตโนมัติไว้ที่โฟลเดอร์ C:\_Restore
ดังนั้นไฟล์ที่ติดเชื้อสามารถถูกเก็บไว้เป็นไฟล์ backup ได้ และ
โปรแกรมป้องกันไวรัสจะไม่สามารถลบไฟล์เหล่านี้ได้ จึงต้องทำการยกเลิกการใช้งาน
Restore Utility ตามขั้นตอนดังนี้
- คลิ๊กขวาที่ไอคอน My Computer บน Desktop และ เลือก
Properties
- เลือกแถบ System Restore
- ใส่เครื่องหมายเลือก "Turn off System Restore"
หรือ "Turn off System Restore on all drives"
- กดปุ่ม Apply
- กดปุ่ม Yes
หมายเหตุ: ตอนนี้ Restore Utility ถูกยกเลิกแล้ว
- หลังจากเรียกใช้งาน Fix tools เรียบร้อยแล้ว เปิดหาตำแหน่งของไฟล์เหล่านั้นได้จากโฟลเดอร์
C:\_Restore และกำจัดออก หลังจากกำจัดเรียบร้อยแล้วก็รีสตาร์ทเครื่องให้ใช้งานได้ตามปกติ
หมายเหตุ: การเปิดใช้ Restore Utility อีกครั้ง ให้ทำตามขั้นตอนที่
1-5 และในขั้นตอนที่ 5 ให้ยกเลิกเครื่องหมายที่เลือก "Turn
off System Restore" ออก
วิธีป้องกันตัวเองจากหนอนชนิดนี้
- ควรลบอี-เมล์ที่น่าสงสัยว่ามีไวรัสแนบมา รวมทั้งอี-เมล์ขยะและอี-เมล์ลูกโซ่ทิ้งทันที
- ห้ามรันไฟล์ที่แนบมากับอี-เมล์ซึ่งมาจากบุคคลที่ไม่รู้จักหรือไม่มั่นใจว่าผู้ส่งเป็นใครและไม่ทราบว่าไฟล์ดังกล่าวนั้นเป็นไฟล์อะไร
ตลอดจนไฟล์ที่ถูกส่งด้วยโปรแกรมประเภทแช็ต (Chat) ต่างๆ เช่น IRC,
ICQ หรือ Pirch เป็นต้น
- ติดตั้งโปรแกรมต่อต้านไวรัส และต้องทำการปรับปรุงฐานข้อมูลไวรัสเป็นตัวล่าสุดอยู่เสมอ
- สร้างแผ่นกู้ระบบฉุกเฉิน (Emergency disk) ของโปรแกรมป้องกันไวรัส
และปรับปรุงฐานข้อมูลในแผ่นอยู่เสมอ
- ติดตั้งโปรแกรมปรับปรุงช่องโหว่ (patch) ของทุกซอฟต์แวร์อยู่เสมอ
โดยเฉพาะ Internet Explorer และระบบปฏิบัติการ ให้เป็นเวอร์ชั่นใหม่ที่สุด
IE
6.0 Service Pack 1
Windows
2000 Service Pack 4
Windows
XP Service Pack 1a
- ติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัส และต้องทำการปรับปรุงฐานข้อมูลไวรัสเป็นตัวล่าสุดอยู่เสมอ
- ตั้งค่า security zone ของ Internet Explorer ให้เป็น
high ดังคำแนะนำที่ http://thaicert.nectec.or.th/paper/virus/zone.php
- ทำการสำรองข้อมูลในเครื่องอยู่เสมอ และเตรียมหาวิธีการแก้ไขเมื่อเกิดเหตุขัดข้องขึ้น
- ติดตามข่าวสารแจ้งเตือนเกี่ยวกับไวรัสต่างๆ ซึ่งสามารถขอใช้บริการส่งข่าวสารผ่านทางอี-เมล์ของทีมงาน
ThaiCERT ได้ที่ http://thaicert.nectec.or.th/mailinglist/register.php
- สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีป้องกันตัวเองจากไวรัสทั่วไปได้ในหัวข้อ
วิธีป้องกันตัวเองให้ปลอดภัยจากไวรัสคอมพิวเตอร์
ช้อมูลอ้างอิง
*** ThaiCERT ขอสงวนสิทธิ์ในการเสนอแนวทางป้องกันเบื้องต้น
และวิธีการดังกล่าวไม่จำเป็นต้องได้ผล 100% ขึ้นอยู่กับระบบปฎิบัติการ
โปรแกรมป้องกันไวรัสใด และโปรแกรมอื่นๆ ที่ติดตั้งเองในเครื่องคอมพิวเตอร์ของท่านเอง***
เผยแพร่โดย ThaiCERT เมื่อ 18
กุมภาพันธ์ 2547 10:06 น.
ปรับปรุงล่าสุดโดย ThaiCERT เมื่อ 18 กุมภาพันธ์ 2547 09:56 น.
|